9 ข้อเท็จจริงของนิยายชุดเมาคลีลูกหมาป่า ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

นิยายเรื่อง เมาคลีลูกหมาป่า ถูกตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1894 เป็นเรื่องราวของเด็กชายชื่อเมาคลี ซึ่งเติบโตมากับการเลี้ยงดูของหมาป่า เป็นหนึ่งในนิยายที่คนนับล้านคนตกหลุมรัก มีเนื้อเรื่องที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับคนทุกเพศทุกวัย และเหล่าตัวละครสัตว์ป่าที่น่าสนใจกับความสนุกของเนื้อเรื่องทำให้มันกลายเป็นหนังสือที่พ่อแม่ต้องอ่านให้เด็กๆฟังก่อนนอนอยู่เป็นประจำ

นอกจากจะเป็นหนึ่งในนิยายที่โด่งดังมากที่สุดในโลกและเป็นความทรงจำในวัยเด็กของใครหลายคนแล้ว แต่ก็ยังมีข้อเท็จจริงของนิยายเรื่องนี้ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยทราบมาก่อนไปชมกันเลย

 

1.การ์ตูนเรื่องสุดท้ายในชีวิตของ วอลต์ อีเลียส ดิสนีย์ – ในปี ค.ศ.1967 บริษัท “WALT DISNEY” เคยเอานิยายเมาคลีมาสร้างเป็นภาพยนต์การ์ตูน สามารถทำรายได้อย่างถล่มทลาย คนเขียนบทคนแรกคือ “Bill Peet” เขาเขียนบทออกมามืดมนเกินไปหน่อย เลยเปลี่ยนมือไปให้ “Floyd Norman” เขียนบทแทน โดยคนที่เข้ามาคุมงานก็คือ “วอลต์ อีเลียส ดิสนีย์” ผู้ก่อตั้งบริษัท “WALT DISNEY” เขาต้องการให้ออกมาเป็นการ์ตูนที่เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูซึ่งเป็นแก่นแท้ของการ์ตูนในบริษัทนี้

แต่ตัวเขาเสียชีวิตจากโลกนี้ไปอย่างกระทันหันด้วยโรคมะเร็งปอด โดยที่การ์ตูนเรื่องนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ถือว่าเป็นการ์ตูนเรื่องสุดท้ายที่ปิดฉากการทำงานของเขา หลังจากที่บริษัทหยุดทำงานไป 1 วันเต็มๆ ทุกคนก็เดินหน้าสร้างการ์ตูนเรื่องนี้กันต่อ

 

2.ผู้แต่งต้นฉบับได้รับรางวัลโนเบล – นี่เป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่รู้แน่ๆ ว่า “รัดยาร์ด คิปลิง” ซึ่งเป็นเจ้าของผลงานนิยายเรื่องเมาคลีลูกหมาป่า ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี ค.ศ.1907 แถมยังเป็นนักเขียนคนแรกของอังกฤษที่ได้รางวัลโนเบลอีกด้วย โดยเขาเคยอาศัยอยู่ในประเทศอินเดียนาน 12 ปี และใช้เรื่องราวที่ตนเคยได้ยินเอามาเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งนิยายเรื่องนี้

 

3.ชีวิตของ “รัดยาร์ด คิปลิง” ขณะอยู่ในอเมริกา – เขาเป็นคนอังกฤษแต่ว่าเป็นเพื่อนกับนักเขียนชาวอเมริกันชื่อ “Wolcott Balestier” และในปี ค.ศ. 1892 เขาก็ได้แต่งงานกับน้องสาวของ “Wolcott” โดยทั้งคู่ไปสร้างบ้านอยู่ด้วยกันในรัฐเวอร์มอนต์และตั้งชื่อบ้านว่า “Naulakha” ซึ่งเขาได้แต่งนิยายเรื่องเมาคลีที่บ้านหลังนี้นั่นเอง

 

4.ที่จริงแล้วเขาแต่งนิยายเรื่องนี้ให้ลูกเขา – เขาเริ่มร่างบทในขณะที่เขาและภรรยารู้ตัวแล้วว่ากำลังจะมีลูก และลูกสาวของเขาชื่อ “Josephine Kipling” ก็เกิดในปี ค.ศ.1892 ปีเดียวกันกับที่พวกเขาแต่งงานกัน และในหนังสือฉบับพิเศษที่ถูกทำมาเพื่อลูกสาวโดยเฉพาะนั้นมีข้อความว่า “หนังสือนี้เป็นของ “Josephine Kipling” ซึ่งเขียนโดยพ่อของเธอเอง, พฤษภาคม 1894”

น่าเศร้าที่ลูกสาวของเขาเสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมในวัยเพียง 6 ปีเท่านั้น ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของสองสามีภรรยา ต่อมาเขามีลูกสาวชื่อ “Elsie” และลูกชายชื่อ “John Kipling” ซึ่งไปเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 เสียชีวิตด้วยวัย 18 ปี เท่านั้น

 

5.รัดยาร์ด ไม่เคยเข้าไปในป่าที่กล่าวถึงในนิยายเลย – เนื้อเรื่องของนิยายเมาคลีลูกหมาป่านั้นเกิดขึ้นในป่าแห่งหนึ่งของประเทศอินเดีย แต่ว่าพื้นที่ป่าในนิยายจะอยู่ในบริเวณของอุทยานแห่งชาติ “Pench” และก็อุทยานแห่งชาติ “Kanha” แน่นอน ที่อุทยานยังมีป้ายเป็นการ์ตูนเรื่องเมาคลีและระบุว่าเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในนิยายเรื่องนี้อีกด้วย

 

7.เป็นนิยายถูกดัดแปลงเอาไปทำเป็นสื่อต่างๆเยอะมาก – ในเวอร์ชั่นภาพยนต์ถูกสร้างเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1942 ต่อมาในปี ค.ศ.1967 บริษัท “WALT DISNEY” จึงได้นำไปสร้างเป็นการ์ตูนเพลง จนเพลงประกอบการ์ตูนชื่อเพลง “The Bare Necessities” ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสก้า กลายเป็นการ์ตูนที่ทำเงินได้มากเป็นอันดับที่สองของบริษัทวอลท์ ดิสนีย์

 

8.ฉบับนิยายมีเล่มที่สองด้วย – โดยในหนังสือนิยาย “the jungle book” เล่มที่สองนี้มีเนื้อเรื่องของเมาคลีเพิ่มมาอีก 5 ตอน นิยายถูกวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1895

 

9.ความแตกต่างของเนื้อเรื่องในการ์ตูน – ในฉบับการ์ตูนของ “วอลท์ ดิสนีย์” นั้น มีเจ้างูเหลือมจอมสะกดจิตที่ชื่อว่า “Kaa” ซึ่งพยายามจะกินเมาคลีให้ได้ เป็นตัวละครวายร้ายที่ใครๆก็ไม่ชอบเลย แต่ว่าความจริงแล้วในฉบับนิยายนั้นงูตัวนี้เป็นพวกเดียวกันกับเมาคลี และเคยช่วยเมาคลีจากการโดนฝูงลิงโจมตีอีกด้วย ส่วนตัวละครลิงยักษ์ชื่อว่า “King Louie” ก็ไม่ได้มีตัวตนอยู่ในฉบับนิยายตั้งแต่แรกแล้ว

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *